‘โทนี่’ เปิดโปง ผลประโยชน์ข้างหลังเกษียณอายุ ไทยน้อยหน้าประเทศอินเดีย สะท้อนระบบราชการห่วยแตก-คนยากจนอื้อ

‘โทนี’ เปิดเผย ผลประโยชน์ข้างหลังปลดเกษียณ ไทยน้อยหน้าประเทศอินเดีย สะท้อนระบบราชการห่วย-คนยากจนอื้อ แนะปั้นเยาวชนเก่งการคลัง ปูทางระบบดิจิไทเซชัน
เมื่อตอนเวลาค่ำวันที่ 21 เดือนมิถุนายน เฟซบุ๊ก CARE • สนใจ คิด เขยื้อน ไทย ได้ไลฟ์สด การคุยกับ โทนี่ วู้ดซัม หรือ นายขวา คุ้นชินความประพฤติ ในประเด็น เศรษฐกิจพังทลายยับ ประยุทธ์ต่อกรไม่ไหว
โดยระหว่างการไลฟ์สด พูดว่า ทุกประเทศทั้งโลกกำลังเจอปัญหาเศรษฐกิจ น่าวิตกแน่ๆ ด้วยเหตุว่าก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วทั้งโลก แต่ว่าเมืองไทยอ่อนแอกว่าเพื่อนก็เลยหนักหน่อย ประกอบกับไม่มีการตระเตรียมอะไรเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะถั่งโถมเข้ามา เสมือนสมุทรกำลังคลุ้มคลั่ง แม้กระนั้นมีกัปตันที่ไปเรื่อยเหมือนกัปตันเรือปู ไม่คิดจะโต้คลื่นหรือต่อแพ ไม่มีที่มีความสำคัญในการรบ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เร่งด่วนสำหรับเพื่อการจัดการกับปัญหา ว่าจะต่อสู้ หรือโต้คลื่นนี้เช่นไร เพื่อเรือไม่จม
ดังนี้ เจอบทความหนึ่งน่าดึงดูด กล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีมหาเศรษฐีระดับนานาชาติไม่น้อยเลยทีเดียวย้ายที่อยู่ โดยประเทศที่คนมั่งมีพวกนี้ย้ายออก ดังเช่นว่า รัสเซีย จีน ประเทศอินเดีย ประเทศฮ่องกง ยูเครน บราซิล ฯลฯ ซึ่งส่วนมากเป็นประเทศที่การบ้านการเมือง รวมทั้งข้อบังคับไม่แน่นอน รวมทั้งเป็นระบบเผด็จการ

เวลาที่ ประเทศที่คนมั่งมีย้ายเข้า ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ทั้งๆที่เป็นประเทศขนาดเล็ก ด้วยเหตุว่าระบบข้อบังคับมีความแจ้งชัด ทั้งหมดทุกอย่างสามารถคาดหมายได้ และก็เชื่อมั่นได้ว่า พวกเราจะผิดแกล้ง ผิดยึดทรัพย์สิน ทั้งเป็นประเทศที่ไม่มีข้อบังคับอาชญากรข้ามถิ่นกับประเทศใดเลย ไม่มีเรื่องที่จะต้องเกรงอกเกรงใจสหรัฐฯ เป็นเอกราชอย่างแท้จริง ต่อมาเป็นประเทศออสเตรเลีย ประเทศสิงคโปร์ อิสราเอล ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็นิวซีแลนด์ ซึ่งทำให้เห็นว่า เดี๋ยวนี้เศรษฐีใหม่เกิดขึ้นมากมาย ในเวลาที่คนมั่งคั่งเก่าก็มีอยู่ เริ่มหาที่อยู่ที่รู้สึกไม่เป็นอันตราย โดยยิ่งไปกว่านั้นคนจากจีนและก็รัสเซียจะย้ายออกมากที่สุด
และก็มีการจัดลำดับ 43 ประเทศทั้งโลก ถึงประเทศที่มีผลประโยชน์ข้างหลังปลดเกษียณที่ดี พบว่า เมืองไทยห่วยแตกที่สุด อยู่ที่ 40.6% สู้ประเทศฟิลิปปินส์มิได้ อยู่ที่ 42.7% ประเทศอินเดีย อยู่ที่ 43.3% ยังดีมากกว่า ในช่วงเวลาที่พลเมืองมีเยอะแยะ โดยประเทศที่อยู่ในชั้นที่ดี อย่างเช่น ไอซ์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ประเทศนอร์เวย์ ประเทศฟินแลนด์ ประเทศสวีเดน โดยมากเป็นประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย
ดังนี้ ข้อมูลที่ได้รับมาจากสถาบันจัดลำดับสมรรถนะสำหรับเพื่อการชิงชัยของประเทศ (ไอกรรมการผู้จัดการ) พบว่า ปีนี้เมืองไทยตกจากชั้น 28 เป็น 33 ส่วนประเทศสิงคโปร์ ประเทศฮ่องกง อยู่ในลำดับที่ดียิ่งขึ้น
“เดี๋ยวนี้เมืองไทยมีปริมาณสามัญชนอนาถามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ปลดเกษียณ หรือผู้สูงอายุ จำนวนดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นตัวเลขที่สะท้อนปัญหา โดยเหตุนี้ จะต้องรีบปรับแต่ง วางระบบการดูแลให้ดี เวลาเดียวกัน จะมองเห็นได้ว่า ความสามารถของระบบราชการมีปัญหา ก็เลยเกิดเรื่องที่ข้างระบบประชาธิปไตยจำต้องปรับปรุงแก้ไข ภายหลังที่พวกเราจมอยู่กับระบบเผด็จการเป็นระยะเวลานาน”
ปัจจุบันนี้ต่างถิ่น โดยยิ่งไปกว่านั้นประเทศสหรัฐอเมริกามีการเตรียมพร้อมเยาวชน ตั้งแต่ระดับไฮสคูลให้ทำความเข้าใจด้านการเงินการเงินของตน เพื่อเรียนจบแล้วจะสามารถคิดแผนชีวิตได้ บางบุคคลมีความรู้และความเข้าใจนำเงินไปลงทุนขณะเรียน มีเงินใช้ตั้งแต่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย โดยไม่ต้องอาศัยเงินจากผู้ดูแล โดยเหตุนี้ จำต้องเพิ่มวิชาความรู้ให้เด็กของพวกเราได้แล้ว เนื่องจากโตขึ้นบางทีอาจไม่สามารถที่จะต่อสู้ ชิงชัยกับคนใดกันแน่ได้

ดังนี้ มีวิศวกรของกูเกิล ปรับปรุงระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แชตบอท เหมือนมนุษย์มีชีวิตมากยิ่งขึ้นจนถึงสามารถตอบโต้ได้อย่างแนบเนียน ด้วยข้อมูลมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่ให้เอไอได้ประเมินผลรวมทั้งปฏิบัติงาน โดยมั่นใจว่า อีก 23 ปีด้านหน้า เอไอจะมีความรู้และความเข้าใจเท่ากันกับมันสมองของคนเราโดยเฉลี่ยได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดผู้ใดกันหรูหรามันสมองที่ต่ำกว่าเอไอ จะทึ่มกว่าในทันที โดยเหตุนั้น จะต้องรีบฝึกหัดเด็กไทยตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้ด้อยกว่าประเทศอื่นๆ
ตอนที่ ข้อมูลที่ได้รับมาจากตลาดหุ้นแห่งที่สองของอเมริกา หรือแนส แด็กระบุว่า อีก 30 ปีด้านหน้า โลกจะแปรไปอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบการค้าขายของตลาดค้าหุ้น จะเข้าสู่ระบบดิจิไทเซชัน หรือความเคลื่อนไหวทางดิจิทัล โดยทรัพย์สินทุกตัวในโลกนี้ จะถูกดิจิไททั้งสิ้น แล้วก็จะกลายเป็นการค้าขายโดยดิจิทัลทั้งหมดทั้งปวง แน่ๆว่าคริปโทเคอร์เรนซีจำเป็นต้องออกมา การค้าขายจะกว้างใหญ่ทั้งโลก โดยเหตุนี้ จำต้องเริ่มปูวิชาความรู้ใหม่ๆพวกนี้ให้เด็กๆได้แล้ว