ช้ำใจ 4 ขวบปลุกบิดาไม่ตื่น นั่งเฝ้าในรถยนต์ทั้งวัน เจอเพิ่งจะป้อนข้าวลูกได้ 2 คำ

สลดใจ เด็กสาววัย 4 ขวบ นั่งในรถยนต์กับบิดาที่เสียชีวิตตลอดวัน ภายหลังที่มาส่งที่สถานที่เรียนและก็ป้อนข้าวได้เพียงแค่สองคำ มีความรู้สึกว่าบิดาหลับพากเพียรปลุกหลายทีแต่ว่าไม่ตื่นก็เลยนั่งเฝ้าอยู่ในรถยนต์ มิได้ลงไปสถานที่เรียน คอยบิดาตื่น กระทั่งเย็นฝนตกฟ้าลั่นตื่นกลัว เปิดประตูลงจากรถยนต์ไปตามพี่สาวชั้น เปรียญ6 อีกผู้ที่นั่งรอคอยบิดามารับอยู่ในสถานที่เรียน รู้สึกว่าบิดาติดงานมารับช้า ไปพบกับอาจารย์เพียงพอถามก็กล่าวว่าบิดาหลับอยู่ในรถยนต์นานแล้ว คุณครูรีบวิ่งมาดูพบว่านอนเสียชีวิตอยู่ข้างในรถยนต์แล้วคาดหัวใจวายกะทันหันเพราะว่ามีเป็นโรคหัวใจด้วย
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 12 เดือนตุลาคม พันตำรวจโทวิโรจน์ อินทรเพชร สารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จังหวัดจังหวัดสงขลา รับแจ้งมีผู้ตายอยู่ด้านในรถยนต์ หยุดอยู่ข้างทางในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปพิจารณาจุดเกิดเหตุร่วมกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่
เจอรถยนต์กระบะสี่ประตูสีดำ ทะเบียนจังหวัดกรุงเทพ ซึ่งยังหยุดเปิดเครื่องยนต์อยู่ โดยหยุดอยู่ใกล้กับประตูปากทางเข้าเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลแห่งหนึ่ง วิเคราะห์ด้านในรถยนต์ตรงที่นั่งผู้ขับมีร่างของเพศชายนอนเสียชีวิตอยู่ ในลักษณะเอนเบาะนอนราบไปด้านหลัง เป็นชาย อายุ 41 ปี ชาว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
กล่าวว่า เสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง แต่ว่าไม่มีร่องรอยของการเช็ดกรังแกคาดว่าบางครั้งก็อาจจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว หรือไม่ก็หัวใจวายทันควัน รวมทั้งข้างในรถยนต์มีจานข้าววางอยู่ข้างตัวด้วยกับกะติเตียนกน้ำ
“ที่สะเทือนขวัญเป็นมีลูกสาวสองคนของคนเสียชีวิต ยังอยู่กับบิดาที่เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุด้วย คนโตอายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้น เปรียญ6 รวมทั้งคนเล็กอายุยง 4 ปี เรียนอยู่ชั้นอนุบาล คนโตนั่งร้องให้ด้วยความเศร้าใจรวมทั้งอยู่ในอาการขวัญหาย ส่วนคนเล็กซึ่งยังไม่ประสีประสาแทบจะไม่รู้เรื่องว่าบิดาเสียชีวิตแล้ว มีความคิดว่าบิดายังนอนอยู่”
แถลงการณ์ว่า ที่ทำให้ทุกคนยิ่งช้ำใจมากขึ้นไปอีก จากการซักถามบุตรสาวคนเล็กพอเพียงจะจับใจความได้ว่าบิดานอนตั้งแต่รุ่งเช้า ขณะกำลังป้อนข้าวได้ 2 คำรวมทั้งบากบั่นปลุกบิดาบ่อยมากแต่ว่าบิดาก็ไม่ตื่น รวมทั้งนั่งอยู่กับบิดาในรถยนต์ทั้งวัน เพื่อรอคอยให้บิดาตื่นมิได้ลงไปสถานที่เรียน แม้ว่าจะปวดฉี่แม้กระนั้นก็ไม่กล้าลงจากรถยนต์ จวบจนกระทั่ง 19.00 น. ซึ่งมีฝนตกหนักและก็มีเสียงฟ้าคำราม หนูน้อยตระหนกตกใจเปิดประตูลงจากรถยนต์เพื่อวิ่งไปพบพี่สาวในสถานศึกษาและก็ไปพบกับอาจารย์พอดิบพอดีทุกคนก็เลยทราบเรื่อง

ด้านอาจารย์สอนชั้นอนุบาล รวมทั้งเป็นผู้ที่วิ่งมาดูที่รถยนต์เป็นคนแรกและก็พบว่าป๊ะป๋าของเด็กเสียชีวิตอยู่ด้านในรถยนต์ กล่าวว่าเวลานี้เวลาโดยประมาณ 1 ทุ่ม มองเห็นน้องวิ่งมาบนถนนหนทางเพื่อไปพบพี่สาวที่นั่งรอคอยบิดาอยู่ในสถานที่เรียน รวมทั้งพูดว่าบิดานอนอยู่ในรถยนต์ตั้งแต่ยามเช้าปลุกไม่ตื่น รู้สึกว่าคงจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้วจึงมาดูที่รถยนต์พบว่าบิดานอนเสียชีวิตอยู่ข้างในรถยนต์
อาจารย์บอกว่า ตนมานะโทรศัพท์ไปพบบิดาแล้ว เนื่องจากธรรมดาตอนราวๆ 3 นาฬิกาจะมารับลูกที่สถานที่เรียนแล้ว แต่ว่าวันนี้มารับช้า ตอนโทรไปน้องเก้าบุตรสาวคนเล็กรับสายแม้กระนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องบอกเพียงแค่ว่าบิดาหลับอยู่ ซึ่งในตอนที่พี่สาวนั่งรอคอยบิดาอยู่ที่สถานศึกษาจนตราบเท่าเย็น คุณครูอยู่เป็นเพื่อนตลอดเพื่อรอคอยกระทั่งบิดาจะมารับ
ส่วนเด็กผู้หญิงผู้เป็นพี่สาวกล่าวว่าในตอนเวลาเช้าบิดาได้ขับขี่รถมาส่งพวกตนที่สถานศึกษาตอนราวๆ 7 นาฬิกากว่าๆมาส่งตนก่อนที่จะหน้าสถานศึกษา และก็วนไปส่งน้องที่ชั้นอนุบาลที่อยู่ข้างหลัง ธรรมดาบิดาจะป้อนข้าวให้น้องทุกๆวันก่อนจะเข้าสถานศึกษา แต่ว่าวันนี้บิดามารับช้ากว่าธรรมดามากมายมีความรู้สึกว่าคงจะติดงานคอยกระทั่งเย็นและก็น้องวิ่งมาบอกว่าบิดานอนอยู่ในรถยนต์จนถึงมารู้ว่าบิดาเสียชีวิตแล้ว แล้วก็บิดาก็มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจด้วย
จากการไต่ถามผู้ที่รู้จักกับครอบครัวนี้พูดว่าแต่ละวัน ผู้เป็นบิดาจะขับขี่รถมาส่งลูกในตอนเวลาเช้าเสมอๆโดยจะไปส่งบุตรสาวคนโตที่หน้าสถานที่เรียนก่อนแล้วก็จะวนมาส่งลูกคนเล็กที่ชั้นอนุบาลซึ่งอยู่ข้างหลัง รวมทั้งทุกคราวก็จะป้อนข้าวลูกคนเล็กก่อนเสมอก่อนจะไปส่งเข้าชั้นเรียน
กล่าวว่าข้างหลังเกิดเหตุทางอาจารย์ได้รับตัวสองญาติไปดูแลชั่วครั้งคราวเนื่องจากว่าอยู่กับบิดาคนเดียว มีที่พักอยู่ภายในเขตพื้นที่ ต.ควนลัง อำเภอหาดใหญ่ 

ส่วนแม่รู้ดีว่าปฏิบัติงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย คุณครูจะดูแลหนูน้อยทั้งคู่คนไปก่อนตราบจนกระทั่งแม่จะกลับมารวมทั้งมองว่ามีญาติอยู่ภายในเขตพื้นที่หรือเปล่า ส่วนศพของบิดา ข้าราชการส่งไปพิสูจน์หาต้นเหตุของการตายอีกรอบที่โรงหมอหาดใหญ่